Bookmark and Share Add to Favorites  
สมาชิกเข้าสู่ระบบ
User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา
ภูมิอากาศจังหวัดภูเก็ต
  สภาพอากาศจังหวัดภูเก็ต
  Phuket Weather Today
  10 Day Weather Forcast for Phuket
  สภาพอากาศภาคใต้ฝั่งตัวันตก
  ศูนย์อุตุนิยมวิทยา...ฝั่งตะวันตก
  การเปลี่ยนองศา
แผ่นดินไหวและสึนามิ
  สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว
  เรื่องแผ่นดินไหวและสึนามิ
  คลื่นยักษ์สึนามิถล่มภูเก็ต - You Tube
  แผ่นดินไหวทั่วโลก (USGS)
รวมเรื่องภูเก็ต
  PHUKET HERITAGE
แผนที่จังหวัดภูเก็ต
  แผนที่ดาวเทียม
  แผนที่ภูเก็ตแสดงระดับน้ำทะเล
สถาบันอุดมศึกษาในภูเก็ต
  มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต
  วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต
  วิทยาลัยสารพัดช่างภูเก็ต
  มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ ศูนย์ภูเก็ต
โรงเรียนในภูเก็ต
  โรงเรียนดาวรุ่งวิทยา
  โรงเรียนภูเก็ตไทยหัว
  โรงเรียนพุทธมงคลนิมิตร
  โรงเรียนอนุบาลภูเก็ต
  โรงเรียนราไวย์เรืองวิทย์
  โรงเรียนเทศบาลเมืองภูเก็ต
  โรงเรียนเทศบาลบ้านสามกอง
  โรงเรียนเชิงทะเลวิทยาคม
บริการวิชาการ
  สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ภูเก็ต
  สนง.วัฒนธรรมภูเก็ต
  สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มรภ.ภูเก็ต
ค้นข้อมูลจากหอสมุด
  Library of Congress
  The British Library
  มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  หอสมุดแห่งชาติ
  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  มหาวิทยาลัยมหิดล
  หนังสืองานศพ
ค้นเอกสาร
  พระราชบัญญัติ
  ราชกิจจานุเบกษา
สถาบันศาสนา
  @ สนง.พระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต
  @ พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี
เว็บเครือข่าย
  สมบูรณ์อินโฟ
  ตระกูลแซ่หลิน
  สมบูรณ์แก่นโน้ต
.

เมื่อขุนนางจีนรับเสด็จที่ภูเก็ต

 

 


 

 

        จากภาพถ่ายเก่าโบราณที่ปรากฏน่าจะเป็นสมัยรัชกาลที่ ๕ หรือรัชกาลที่ ๖ ที่ชุมชนชาวจีนตั้งแถวรับเสด็จในตลาดเมืองทุ่งคาหรือเมืองภูเก็ตในปัจจุบัน  ด้วยการแต่งกายแบบขุนนางจีนสมัยราชวงศ์ชิง คือสวมชุดครุยหรือ สวมชุดเสื้อผ้าแขนยาวตัวเสื้อยาวถึงน่องทับกางเกงขายาว  สวมหมวกสานมีภู่ห้อยสีแดง ยอดหมวกมีสิ่งประดับ ซึ่งเป็นหมวกที่ใช้สวมในฤดูร้อน สวมรองเท้า ไม่เห็นสวมลูกประคำ ๑๐๘เม็ด เท่าที่เห็นในภาพน่าจะมี ๘ คน

        เสื้อครุยหรือเสื้อคลุมน่าจะเป็นสีเทา หน้าอกเสื้อไม่มีสัญลักษณ์แสดงยศตำแหน่งว่าเป็นขุนนางระดับไหน เป็นฝ่ายบุ๋นหรือฝ่ายบู๊

        โดยทั่วไปแล้ว ขุนนางจีนสมัยราชวงศ์ชิง ถ้าหากถูกปลดลดยศตำแหน่ง แต่ยังคงเป็นข้าราชการอยู่ไม่ว่าฝ่ายทหารหรือพลเรือน  จะแต่งกายแบบนี้ แต่สวมชุดเสื้อคลุมสีดำเท่านั้น ส่วนหมวกก็ใช้แบบเดียวกัน ยกเว้นยอดหมวกห้ามใช้สิ่งของประดับตามยศตำแหน่ง

        ดังนั้น ขุนนางจีนที่ปรากฏในภาพ จึงไม่ใช่ขุนนางฝ่ายทหารหรือพลเรือน

        แล้วพวกเขาเป็นขุนนางกลุ่มไหน

        พวกขุนนางที่สวมชุดสีเทาไม่มีเครื่องหมายยศตำแหน่งที่หน้าอก มีกลุ่มเดียว คือข้าราชการในสำนักพระราชวังของฮ่องเต้ ซึ่งได้แก่ พวกข้าราชบริพารของฮ่องเต้ ส่วนใหญ่เป็นพวกขันที แต่ถ้าฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งให้เป็นข้าราชบริพารต่างพระเนตรพระกรรณก็ย่อมได้ นั่นหมายถึง พวกขุนนางเหล่านี้ คงต้องถวายรายงานไปยังกรุงปักกิ่ง

        ในช่วงปลายสมัยราชวงศ์ชิง บ้านเมืองสับสนวุ่นวาย ขุนนางแทบทุกระดับฉ้อราษฎร์บังหลวง มีการซื้อขายตำแหน่งกันทุกระดับ ใครอยากเป็นขุนนางระดับไหนหาซื้อได้ด้วยเงิน โดยเฉพาะพวกขันทีขุนนางผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดวังหลวง การซื้อขายตำแหน่งที่มีชั้นยศระดับต่างๆราคาจึงแพงตามไปด้วย เมื่อได้รับยศแล้ว แต่ไม่มีตำแหน่งให้ว่าจะเป็นหัวหน้าหน่วยงานกรมกองไหน เพียงแต่มียศเท่านั้น โดยดูที่หน้าอกเสื้อรูปสัตว์อะไร เป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นหรือฝ่ายบู๊

       แต่ขุนนางจีนที่ปรากฏในรูปไม่มีตราสัญลักษณ์ดังกล่าว จึงน่าจะเป็นขุนนางฝ่ายสำนักพระราชวังที่ฮ่องเต้ทรงตั้งให้เป็นข้าราชบริพารต่างพระเนตรพระกรรณ

        แต่อีกภาพหนึ่ง คือ หลิมบุ่นซ้วง 林文ผู้มีส่วนก่อตั้งศาลเจ้าซำซานเทียนเฮวกึ๋ง หรือศาลเจ้ามาจอโป๋ ถนนกระบี่ ท่านแต่งชุดขุนนาง สวมหมวกในฤดูหนาว มีประคำ๑๐๘ เม็ดห้อยคอ แสดงว่าถ้าท่านเป็นขุนนางฝ่ายพลเรือน น่าจะเป็นระดับ ๑-๕ เท่านั้นที่จะสวมประคำได้ แต่ถ้าเป็นทหารระดับ ๑ – ๔ จึงสวมประคำได้ แต่เป็นที่น่าเสียดายภาพถ่ายของท่าน ไม่เห็นรูปสี่เหลี่ยมที่หน้าอกว่าเป็นสัตว์อะไร เพื่อแสดงชั้นยศและสังกัดทหารหรือพลเรือน

        ตำแหน่งขุนนางจีนสมัยราชวงศ์ชิง กล่าวเพียงสังเขปเท่านั้น  มีดังนี้

        ขุนนางทั้งฝ่ายทหารและพลเรือนหรือฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋น มีทั้งหมด ๙ ระดับ โดยนับเอาระดับสูงสุดเป็นระดับ ๑ ระดับต่ำสุด คือ ระดับ ๙ ในแต่ละระดับมีรูปสัตว์ตามระดับนั้นๆ ปักบนผ้าทรงสี่เหลี่ยมแล้วเอาไปติดที่หน้าอกเสื้อคลุม ให้สังเกตว่าขุนนางคนไหนอยู่ระดับใด เป็นขุนนางฝ่ายบู๊หรือฝ่ายบุ๋น ให้ดูว่าใช้รูปสัตว์อะไร

        ขุนนางฝ่ายพลเรือนหรือฝ่ายบุ๋น  มี ๙ ระดับ เป็นรูปนกชนิดต่างๆ คือ

ระดับ ๑  นกกระเรียน
ระดับ ๒  ไก่ฟ้าสีทอง
ระดับ ๓  นกยูง
ระดับ ๔  ห่านป่า
ระดับ ๕  ไก่ฟ้าสีเงิน
ระดับ ๖  นกกระยาง
ระดับ ๗  นกเป็ดน้ำ
ระดับ ๘  นกคุ่ม
ระดับ ๙  นกแซงแซวสวรรค์

        ขุนนางฝ่ายทหารหรือฝ่ายบู๊ มี ๙ ระดับ เป็นสัตว์สี่เท้า ดังนี้

ระดับ ๑  กิเลน
ระดับ ๒  สิงโต
ระดับ ๓  เสือดาว
ระดับ ๔  เสือโคร่ง
ระดับ ๕  หมี
ระดับ ๖  เสือดำ
ระดับ ๗  แรด
ระดับ ๘  แรด
ระดับ ๙  ม้าน้ำ

        การปักรูปสัตว์ไม่ว่าขุนนางฝ่ายบุ๋นหรือบู๊ ให้ปักบนผ้าสี่เหลี่ยมด้านเท่าเท่านั้น สำหรับเย็บติดกับเสื้อคลุมตรงหน้าอกและด้านหลัง เสื้อคลุมเป็นสีดำ ส่วนเชื้อพระวงศ์ ใช้ผ้าทรงกลมปักรูปมังกร ตามลำดับชั้นความใกล้ชิดกับฮ่องเต้ อาจเป็นเสื้อคลุมสีเหลือง สีเทา ทรงสี่เหลี่ยมหมายถึงแผ่นดินหรือพลเมือง ส่วนวงกลมหมายถึงฟ้าสวรรค์สำหรับฮ่องเต้และเชื้อพระวงศ์

        นอกจากรูปสัตว์แล้ว ขุนนางสวมหมวกเหมือนกันแต่ต่างกันที่เครื่องประกอบหมวก เช่น ยอดหมวกประกอบด้วยหินมีค่าเพชรพลอยตามระดับที่กำหนด ขุนนางระดับ ๕ ถึงระดับ ๑ ใช้ขนนกยูงประดับหมวกและมีระดับด้วยคือ ขนนกยูง สามตาสองตาหรือตาเดียว ตามความดีความชอบในแต่ละครั้ง หากมีหลายครั้งอาจต่อกันยาวเลยทีเดียว ส่วนขุนนางระดับ ๖ ถึงระดับ ๙ ใช้ขนนกสีดำทำด้วยขนอีกา